ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

On-Property IP Whitelist

ตั้งค่าแบบเร็ว

จำกัด self-service check-in ให้ทำได้เฉพาะ IP ที่กำหนด เหมาะกับโรงแรมที่ต้องการให้เช็กอินจาก kiosk ภายในพื้นที่เท่านั้น

ควบคุมว่าเครือข่ายใดสามารถทำขั้นตอน on-property check-in ได้ รวมถึง facial verification และ self-service check-in เพื่อป้องกันการเช็กอินจากนอกสถานที่

ที่ตั้งค่า

Settings → Check-In → IP Whitelist

ภาพรวมแบบเร็ว

การตั้งค่าควบคุมอะไรตัวอย่างการใช้งาน
Enable on-property IP whitelistเปิดหรือปิดการบังคับใช้ปิดชั่วคราวเพื่อให้เช็กอินจากเครือข่ายใดก็ได้
IP Whitelistรายการ IP ที่อนุญาตจำกัดเช็กอินเฉพาะจุดที่กำหนด
Current IPIP ปัจจุบันของอุปกรณ์ที่ใช้งานใช้อ้างอิงเพื่อเพิ่มเข้า list ได้เร็ว
CIDR Blocksช่วงเครือข่ายทั้งชุดอนุญาตหลายอุปกรณ์พร้อมกัน

ผลกระทบต่อผู้เข้าพักและทีมงาน

  • ผู้เข้าพัก: อาจอัปโหลดเอกสารล่วงหน้าได้ แต่จะเช็กอินไม่จบจนกว่าจะอยู่บนเครือข่ายที่อนุญาตหรือสแกน QR ของโรงแรม
  • ทีมงาน: ควบคุมได้ว่า kiosk หรือเครือข่ายใดทำเช็กอินได้ ลดการใช้งานนอกจุดที่กำหนด

วิธีทำงานของ IP Whitelist

IP Whitelist มี 2 ระดับ:

  • Master toggle: เปิด/ปิดการบังคับใช้ระดับโรงแรม
  • Entry toggles: เปิด/ปิดราย IP โดยไม่ต้องลบรายการ

เมื่อเปิด master toggle:

  • Allowed: เช็กอินจาก IP ที่อยู่ใน whitelist
  • Blocked: เช็กอินจาก IP อื่นทั้งหมด
พฤติกรรมเมื่อถูกบล็อก

ผู้เข้าพักที่มาจาก IP ที่ไม่อยู่ใน whitelist จะเห็น error และไม่สามารถทำ self-service check-in ให้เสร็จได้

รูปแบบที่รองรับ

รองรับเฉพาะ IPv4 และช่วง CIDR โดยรับค่า IPv4-mapped IPv6 ได้และจะ normalize เป็น IPv4

รูปแบบตัวอย่างคำอธิบาย
IPv4 Address192.168.1.5อุปกรณ์เฉพาะเครื่อง
CIDR Block10.0.0.0/24subnet ทั้งช่วง (256 IP)
CIDR /16 Block192.168.0.0/16subnet ขนาดใหญ่ (65,536 IP)
IPv4-mapped IPv6::ffff:192.168.1.5ระบบจะ normalize เป็น IPv4
IPv4 เท่านั้น

ปัจจุบันรองรับเฉพาะ IPv4 โดย IPv6 จะรองรับในอนาคต

กรณีใช้งาน

Kiosk-Only Check-In

สถานการณ์: มี kiosk เฉพาะในล็อบบี้และไม่ต้องการให้เช็กอินจากห้องพักหรือจากภายนอก

การตั้งค่า:

  1. หา IP ของ kiosk (ใช้ Current IP)
  2. เพิ่ม IP เข้า whitelist
  3. เปิด whitelist

✓ ตอนนี้เช็กอินได้เฉพาะที่ kiosk

หลายจุดให้บริการ

สถานการณ์: มี kiosk หลายตำแหน่ง เช่น ล็อบบี้ ลานจอดรถ และโซนธุรกิจ

การตั้งค่า:

  1. เก็บ IP ของทุกจุด
  2. เพิ่มทุก IP หรือใช้ CIDR หากอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน
  3. ทดสอบจากแต่ละจุด

เครื่องเช็กอินเฉพาะพนักงาน

สถานการณ์: ต้องการให้เฉพาะเครื่องฟรอนต์เดสก์เช็กอินได้

การตั้งค่า:

  1. เก็บ IP ของเครื่องฟรอนต์เดสก์
  2. เพิ่มเข้า whitelist
  3. แจ้งทีมให้ใช้งานเฉพาะเครื่องที่กำหนด

เครือข่าย Wi-Fi ของโรงแรม

สถานการณ์: อนุญาตเช็กอินจากทุกจุดที่เชื่อม Wi-Fi โรงแรม

การตั้งค่า:

  1. หา IP range ของ Wi-Fi (เช่น 192.168.1.0/24)
  2. เพิ่ม CIDR block เข้า whitelist
  3. ผู้เข้าพักที่อยู่บน Wi-Fi โรงแรมเช็กอินจากห้องได้

ตั้งค่า IP Whitelist

ขั้นตอนที่ 1: หา IP ของคุณ

  1. ไปที่ Settings → Check-In → IP Whitelist

  2. ดูค่าใน Current IP

  3. จดค่าที่แสดง

    ✓ นี่คือ IP ที่คุณกำลังใช้เข้า AVA ในขณะนี้

ฟีเจอร์ Current IP

ฟีเจอร์นี้ช่วยเห็น IP ปัจจุบันทันที จึงเพิ่ม IP ที่กำลังใช้งานได้ง่าย

ขั้นตอนที่ 2: เปิด Whitelist

  1. หา Enable on-property IP whitelist

  2. สลับเป็น On

    ✓ รายการ IP และช่องเพิ่มข้อมูลจะปรากฏ

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่ม IP หรือ CIDR

ตัวเลือก A: เพิ่ม IP รายเครื่อง

  1. ใส่ IP ในช่อง IP Whitelist
  2. (ไม่บังคับ) ใส่ label เจ้าของ เช่น "Lobby Kiosk 1"
  3. คลิก Add IP

ตัวเลือก B: เพิ่ม CIDR block

  1. ใส่ช่วง CIDR เช่น 192.168.1.0/24
  2. (ไม่บังคับ) ใส่ label เช่น "Front Desk VLAN"
  3. คลิก Add IP

ตัวเลือก C: เพิ่ม IP ปัจจุบัน

  1. คลิก Add my current IP
  2. ระบบจะตรวจจับและเพิ่ม IP ให้อัตโนมัติ
  3. ใส่ label เพื่อให้อ้างอิงง่าย

ขั้นตอนที่ 4: เปิด/ปิดแต่ละรายการ

  • ใช้สวิตช์ Active เพื่อเปิดหรือปิดการบังคับใช้รายรายการ
  • รายการที่ปิดยังอยู่ใน list แต่ไม่ถูกใช้บังคับ
  • เหมาะกับการปรับชั่วคราวโดยไม่ต้องลบ

ขั้นตอนที่ 5: บันทึกการเปลี่ยนแปลง

  1. ตรวจรายการ whitelist ทั้งหมด
  2. คลิก Save whitelist เพื่อใช้งานค่าที่แก้ไข
  3. ทดสอบทั้งจากจุดที่ควรผ่านและควรถูกบล็อก

ขั้นตอนที่ 6: ทดสอบ Whitelist

จากจุดที่อนุญาต:

  1. เปิดหน้า check-in landing page
  2. เริ่มเช็กอิน
  3. ✓ ควรใช้งานได้ตามปกติ

จากจุดที่ไม่อนุญาต:

  1. ใช้อุปกรณ์หรือเครือข่ายอื่น
  2. ลองเข้าเช็กอิน
  3. ✓ ควรถูกบล็อกพร้อมข้อความ error

การจัดการ Whitelist

การเพิ่มรายการ

เพิ่มหลาย IP พร้อมกัน (คั่นด้วย comma):

192.168.1.10, 192.168.1.11, 192.168.1.12

ตัวอย่าง IP พร้อม label:

  • IP: 192.168.1.100 → Label: "Reception Desk 1"
  • IP: 192.168.1.101 → Label: "Lobby Kiosk"
  • IP: 192.168.1.102 → Label: "Parking Kiosk"

ตัวอย่าง CIDR สำหรับเครือข่าย:

  • 192.168.1.0/24 → Label: "Front Desk VLAN"
  • 10.0.0.0/16 → Label: "Hotel Wi-Fi Network"

การลบรายการ

  1. หา entry ที่ต้องการลบ

  2. คลิก Remove

  3. คลิก Save whitelist

    ✓ สิทธิ์เข้าถึงจาก entry นี้จะถูกยกเลิกทันที

ปิดชั่วคราว

หากไม่ต้องการลบ ให้ปิดชั่วคราวแทน:

  1. สลับ Active เป็น OFF
  2. คลิก Save whitelist
  3. รายการยังอยู่ แต่ไม่ถูกบังคับใช้

การหา IP Address

สำหรับอุปกรณ์ Kiosk

  1. เปิดเว็บเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ kiosk
  2. ค้นหา "what is my ip"
  3. จด public IP ที่แสดง
  4. เพิ่มเข้า whitelist

สำหรับคอมพิวเตอร์สำนักงาน

Windows:

  1. เปิด Command Prompt
  2. พิมพ์ ipconfig
  3. ดูค่า "IPv4 Address"

Mac:

  1. เปิด System Preferences
  2. ไปที่ Network
  3. ดูค่า IP ที่แสดง

สำหรับช่วงเครือข่าย (CIDR)

ประสานทีม IT เพื่อขอข้อมูล:

  • ช่วงเครือข่าย (เช่น 192.168.1.0/24)
  • ข้อมูล subnet
  • รายการ static IP

รูปแบบการตั้งค่าที่พบบ่อย

สถานการณ์IP ที่ควร whitelistตัวอย่าง
kiosk เดี่ยวที่ล็อบบี้1 IP192.168.1.100
kiosk หลายเครื่องเครือข่ายเดียวกัน1 CIDR block192.168.1.0/24
kiosk + ฟรอนต์เดสก์หลาย IP หรือ CIDR192.168.1.0/24, 10.0.5.0/24
เครือข่าย Wi-Fi โรงแรมทั้งหมดCIDR block192.168.0.0/16
อนุญาต pre-check-in ระยะไกลไม่ต้องใส่ listไม่ใช้ whitelist

ปิดใช้งาน IP Whitelist

หากต้องการอนุญาตเช็กอินจากทุก IP:

  1. สลับ Enable on-property IP whitelist เป็น Off
  2. คลิก Save whitelist

✓ self-service check-in จะใช้งานได้จากทุกที่

เก็บรายการไว้ใช้ภายหลัง

การปิด master toggle จะไม่ลบรายการ IP เดิม สามารถเปิดกลับมาใช้ได้ทันทีเมื่อพร้อม

Remote Check-In

หากต้องการให้ผู้เข้าพัก pre-check-in จากบ้าน ควรปิด whitelist หรือปล่อย list ว่าง

แนวทางที่แนะนำ

ควรใช้ IP Whitelist เมื่อใด

เหมาะกับกรณี:

  • มีจุด kiosk คงที่
  • ต้องการป้องกันการเช็กอินจากระยะไกล
  • มีกฎ compliance ที่กำหนดให้เช็กอินภายในสถานที่
  • มี static IP หรือช่วงเครือข่ายที่ชัดเจน

ไม่เหมาะกับกรณี:

  • ต้องการให้ผู้เข้าพัก pre-check-in จากภายนอก
  • IP เปลี่ยนบ่อย
  • ใช้ mobile hotspot กับ kiosk
  • ต้องการความยืดหยุ่นสูงสุด

แนวทางด้านความปลอดภัย

  • ใช้ static IP สำหรับ kiosk และเครื่องฟรอนต์เดสก์
  • whitelist เครือข่ายโรงแรมให้ครบก่อนเปิดบังคับใช้
  • ทบทวนรายการรายไตรมาส เพื่อลบอุปกรณ์/เครือข่ายที่เลิกใช้
  • ใช้ CIDR block เพื่อจัดการหลายอุปกรณ์ได้ง่าย
  • ตั้ง label ให้ทุกรายการเพื่อดูแลต่อได้ง่าย
  • ทดสอบให้ครบก่อนใช้งานจริง

สถาปัตยกรรมเครือข่าย

แนวทางที่แนะนำ:

  1. แยก VLAN สำหรับ kiosk โดยเฉพาะ
  2. ตั้ง static IP ให้เครื่องเช็กอินทุกเครื่อง
  3. แยกเครือข่าย guest Wi-Fi (หากอนุญาตเช็กอินจากห้อง)
  4. ใช้ firewall rules ร่วมกับ IP whitelist

การแก้ไขปัญหา

Whitelist บล็อกผู้ใช้ที่ควรผ่าน

อาการ: ผู้เข้าพักที่ kiosk เช็กอินไม่ผ่าน

วิธีแก้:

  1. เช็ก Current IP ของ kiosk
  2. ตรวจว่า IP นี้อยู่ใน whitelist
  3. ตรวจการพิมพ์ IP ว่าถูกต้อง
  4. ตรวจว่าสวิตช์รายการเป็น Active
  5. คลิก Save whitelist อีกครั้ง

ไม่เห็นรายการ IP

อาการ: เห็นเพียงสวิตช์หลัก แต่ไม่มี list

วิธีแก้:

  1. เปิด Enable on-property IP whitelist
  2. รอให้รายการโหลด
  3. เพิ่ม IP แล้วคลิก Save whitelist

IP เปลี่ยนบ่อย

อาการ: IP ของ kiosk เปลี่ยนรายวัน/รายสัปดาห์

สาเหตุที่พบบ่อย:

  • ได้รับ IP แบบ dynamic (DHCP)
  • ISP หมุน public IP

วิธีแก้:

  1. ประสานทีม IT
  2. ขอ static IP สำหรับอุปกรณ์ kiosk
  3. อัปเดตรายการ whitelist
  4. หรือใช้ CIDR ของช่วง DHCP ทั้งช่วง

เพิ่ม IP ไม่ได้

อาการ: ปุ่ม Save เป็นสีเทาหรือขึ้น error

ตรวจสอบ:

  • รูปแบบ IP ถูกต้อง (xxx.xxx.xxx.xxx)
  • รูปแบบ CIDR ถูกต้อง (xxx.xxx.xxx.xxx/xx)
  • ไม่มีช่องว่างเกินหน้า/หลัง
  • ใช้จุด (.) คั่น octet ไม่ใช่ comma
  • ค่า IP ไม่ใช่ 0.0.0.0 หรือ 255.255.255.255

ไม่แสดง Current IP

อาการ: ช่อง "Current IP" ว่าง

วิธีแก้:

  1. รีเฟรชหน้า
  2. เปิด console เพื่อตรวจ error
  3. ปิด VPN/proxy ของเบราว์เซอร์
  4. ลองเบราว์เซอร์อื่น

CIDR block ไม่ทำงาน

อาการ: อุปกรณ์ในช่วงยังถูกบล็อก

ตรวจสอบ:

  • ใส่ CIDR ถูกต้อง (เช่น /24 ไม่ใช่ /255.255.255.0)
  • ช่วง IP ครอบคลุมอุปกรณ์ที่ทดสอบ
  • รายการตั้งเป็น Active
  • กดบันทึกแล้ว

ใช้ร่วมกับความปลอดภัยอื่น

IP Whitelist ทำงานร่วมกับ:

  • device fingerprinting
  • session timeouts
  • user authentication
  • facial verification (ควบคุมว่า verification ทำได้จากจุดไหน)
  • document authenticity checks

การตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง

ต้องการความช่วยเหลือ?

ติดต่อ success@vouch-technologies.com หาก:

  • ❌ หา IP ของ kiosk ไม่พบ
  • ❌ IP เปลี่ยนบ่อยแม้ขอ static IP แล้ว
  • ❌ whitelist บล็อกผู้ใช้ผิดเงื่อนไข
  • ❌ ต้องการช่วยวาง CIDR block
  • ❌ ต้องการคำแนะนำด้าน network architecture

ข้อมูลที่ควรแนบ:

  • รายการ IP หรือ CIDR ที่พยายาม whitelist
  • รูปแบบเครือข่ายที่ใช้งาน (Wi-Fi, ethernet, mobile)
  • ภาพหน้าจอ error ที่ผู้เข้าพักเห็น
  • แผนผังเครือข่าย (ถ้ามี)